จาก “เป็ด” สู่ “หงส์” บนเส้นทางอาชีพที่ออกแบบเองได้ ถอดบทเรียนความสำเร็จจาก “แวรุงไปไหน” ศิษย์เก่าวิทยาการสื่อสาร

ท่ามกลางบรรยากาศอันอบอุ่นและอบอวลไปด้วยความหวังของการเริ่มต้นชีวิตใหม่ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ได้จัดการประชุมผู้ปกครองนักศึกษาใหม่ ประจำปีการศึกษา 2569 ณ ห้องประชุม 900 โดยมีคณะผู้บริหาร คณาจารย์ รุ่นพี่นักศึกษา และผู้ปกครองเข้าร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง

ไฮไลต์สำคัญที่จุดประกายความคิดและสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ปกครองในวันนั้น คือ เวทีเสวนาพิเศษจากสองศิษย์เก่าชื่อดังดีกรี Content Creator และผู้ก่อตั้งเพจ “แวรุงไปไหน” อย่าง “ยี-บูคอรี อีซอศิษย์เก่าสาขานวัตกรรมการออกแบบสื่อ และ “กิ๊ฟ-กรวรรณ ภูริวัฒน์ศิษย์เก่าสาขานิเทศศาสตร์ กลุ่มวิชาการสื่อสารการตลาด ที่มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การเคี่ยวกร่ำในรั้วมหาวิทยาลัย จากเด็กกิจกรรมสู่การเป็นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังและผู้ประกอบการธุรกิจสื่อรุ่นใหม่ในปัจจุบัน พร้อมมอบ “คาถาผู้อยู่รอด” ในโลกยุคใหม่ไว้ได้อย่างน่าสนใจ

“ทักษะรอบตัวแบบเป็ด” ทางรอดของแรงงานยุคใหม่

ในโลกที่หมุนไวและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน คำถามคลาสสิกที่ว่า “โตขึ้นอยากเป็นอะไร” อาจกำลังล้าสมัย เพราะคำตอบในวันนี้ไม่อาจจำกัดอยู่แค่ชื่ออาชีพเดียวอีกต่อไป ความกังวลของผู้ปกครองที่ว่า “เรียนจบไปจะทำอะไรกิน” ถูกท้าทายด้วยความจริงที่ว่า ความเชี่ยวชาญเพียงด้านเดียวไม่เคยเพียงพออีกต่อไป

“กิ๊ฟ-กรวรรณ” สะท้อนมุมมองว่า นิยามของเป็ดหรือผู้ที่มีทักษะหลากหลายในบริบทการทำงานยุคนี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เพราะความจริงที่ต้องยอมรับคือค่าครองชีพเราสูงขึ้น เงินจึงต้องเข้าหลายทาง นี่คือเหตุผลว่าทำไมเด็กสมัยนี้ถึงต้องมี 3-4 อาชีพในคนเดียว อาชีพเดียวอาจไม่เพียงพอ อย่างน้อยพวกเราต้องเป็น Multi-skilled โดยกิ๊ฟยกตัวอย่างว่า การเป็น Content Creator ในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่ทำคลิปสนุก แต่ต้องพ่วงทักษะ Graphic Design เพื่อทำปกคลิปให้ดึงดูด และต้องรู้เท่าทันเทคโนโลยีการตลาดดิจิทัล เช่น การปักตะกร้า (Affiliate Marketing) เพื่อสร้างระบบรายได้ที่สัมพันธ์กันตั้งแต่ยังเรียน

สอดคล้องกับ “ยี-บูคอรี” ที่แชร์ประสบการณ์สุดท้าทายจากโปรเจกต์ปั่นจักรยานทางไกลจากเบตงสู่มัคกะห์ ซึ่งเขาต้องผลิตวิดีโอเล่าเรื่องราวการเดินทางไปด้วย “นั่นคือบทพิสูจน์ของ Multi-skilling บนอานจักรยานอย่างแท้จริงครับ ในระหว่างที่ปั่นจักรยานข้ามประเทศ ผมต้องใช้ทักษะการตัดต่อวิดีโอ การทำกราฟิก และการเขียนแคปชั่นเพื่ออัปเดตงานทุกวันบนเส้นทางที่เคลื่อนที่ตลอดเวลา” ยีเน้นย้ำว่า ความเจ๋งของการมีทักษะหลากหลายคือเราสามารถทำงานได้จากทุกที่ทั่วโลก โดยไม่ต้องยึดติดกับออฟฟิศ และสิ่งนี้จะทำให้เรากลายเป็นแรงงานที่โลกต้องการอย่างไม่มีข้อจำกัด

“อัตลักษณ์พหุวัฒนธรรม” จุดแข็งที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่อาจลอกเลียน

ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เริ่มเข้ามาทดแทนทักษะพื้นฐาน หลายคนอาจตั้งคำถามว่าการเรียนในมหาวิทยาลัยยังจำเป็นอยู่หรือไม่ ศิษย์เก่าทั้งสองให้คำตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า สิ่งที่ AI ไม่มีวันเลียนแบบได้คือ “อัตลักษณ์” (Identity) และ “Character” ของความเป็นมนุษย์

โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งถือเป็นแต้มต่อทางพหุวัฒนธรรมอันล้ำค่า การหยิบจับเรื่องราวใกล้ตัว เช่น ขนมโบราณ วิถีชีวิตดั้งเดิม หรือสถานที่ท่องเที่ยวท้องถิ่น มาเล่าผ่านมุมมองสร้างสรรค์ใหม่ ๆ คือการงัดจุดแข็งมาสร้างมูลค่าในระดับสากล

AI อาจจะสร้างรูปภาพขนมท้องถิ่นที่สวยงามได้ แต่ AI ไม่สามารถสัมผัสและบอกเล่าถึงรสชาติ ความทรงจำ และเรื่องราวอันลึกซึ้งของขนมนั้นได้ลึกซึ้งเท่ากับคนที่เติบโตมากับมัน นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราต้องดึง Identity ของเราออกมา และทำไมคนอื่นถึงต้องมาหาเรา

ห้องเรียนคือ “พื้นที่ลองผิดลองถูก” และโอกาสสะสมคอนเนคชันสากล

ศิษย์เก่าทั้งสองเล่าว่า ห้องเรียนที่คณะวิทยาการสื่อสารเปรียบเสมือน “พื้นที่ทดลอง” ที่ปลอดภัยที่สุด ในขณะที่โลกการทำงานจริงต้องเผชิญกับความกดดันจากลูกค้าสูงกว่าหลายเท่า การลงพื้นที่ชุมชนในฐานะนักศึกษาคือโอกาสทอง เพราะชาวบ้านพร้อมที่จะเป็นครูและให้โอกาสเราเรียนรู้เสมอ

ตอนเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 ต้องเผชิญหน้ากับความกดดันจากโปรเจกต์ของลูกค้าจริง ๆ แต่ความโชคดีคือเรามีอาจารย์คอยเป็นที่ปรึกษาและเป็น Buffer (เบาะรองรับ) ให้ การมี Mentor ที่เป็นเหมือนพี่น้องมากกว่าแค่ครูกับศิษย์ จึงเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้พวกเรากล้าเดินออกไปสู้ในโลกกว้าง

นอกจากเครือข่ายเพื่อนฝูงในคณะฯ ที่เรียนรู้ร่วมกันทั้งสายสายนิเทศศาสตร์ นวัตกรรมการออกแบบสื่อ และคอมพิวเตอร์สารสนเทศแล้ว โอกาสในการเดินทางไป Up-skill ในต่างประเทศก็เป็นสิ่งสำคัญมาก โดยกิ๊ฟได้เล่าถึงโอกาสที่ได้รับในการไปเรียนรู้ที่ประเทศจีน ไต้หวัน มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ตลอดระยะเวลา 4 ปี ซึ่งไม่ใช่แค่การไปเปิดโลกกว้าง แต่คือการสะสมคอนเนคชันระดับสากลที่จะติดตัวไปตลอดชีวิต

เสียงสะท้อนถึงผู้ปกครอง สิ่งที่เด็กยุคใหม่ต้องการคือความเข้าใจ

ในช่วงท้ายของการเสวนา ศิษย์เก่าทั้งสองได้ฝากข้อความถึงผู้ปกครองทุกคนว่า ท่ามกลางความเหนื่อยล้าของเด็กยุคใหม่ที่ต้องแบกรับทั้งการเรียนและการเรียนรู้เพื่อหาเลี้ยงชีพไปพร้อมกัน สิ่งที่พวกเขาต้องการมากที่สุดจากครอบครัวคือ “ความเข้าใจและการสนับสนุน

แม้พ่อแม่ในยุคก่อนอาจจะไม่เข้าใจว่า “นักปักตะกร้า” หรือ “Content Creator” จะกลายเป็นอาชีพที่มั่นคงได้อย่างไร แต่การเปิดโอกาสให้บุตรหลานได้ค้นหาตัวเองและสร้างเส้นทางที่พวกเขาออกแบบเอง คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด

เพราะในโลกการศึกษายุคใหม่… เราไม่ได้กำลังผลิตม้าแข่งที่วิ่งตามลู่วิ่งเดิม ๆ อีกต่อไป แต่คณะวิทยาการสื่อสาร ม.อ.ปัตตานี กำลังร่วมมือกับผู้ปกครองในการสร้าง “เป็ดที่มี Multi-skill” ซึ่งพร้อมจะปรับตัว ไหวตัว และสร้างมูลค่าจากตัวตนที่แท้จริง ไม่ว่าอาชีพในอนาคตนั้นจะชื่อว่าอะไรก็ตาม ขอเพียงแค่กล้าดึงเอาอัตลักษณ์ของตัวเองออกมา และไม่หยุดที่จะเรียนรู้  เส้นทางอาชีพที่คุณออกแบบเองก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

Scroll to Top