จากการขับเคลื่อนนโยบายสำนักงานสีเขียว (Green Office) อย่างมุ่งมั่นของคณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี คณะทำงานได้พบกับความท้าทายสำคัญ นั่นคือปัญหาการคัดแยกขยะที่ไม่ถูกต้องและไม่เป็นระบบเมื่อมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ จากโจทย์ปัญหาดังกล่าว จึงได้ถูกนำมาต่อยอดและพัฒนากลายเป็นนวัตกรรมที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังอย่าง “CommSci Mobile Waste Station” หรือชุดคัดแยกขยะเคลื่อนที่ ซึ่งเข้ามาอุดช่องโหว่และเปลี่ยนโฉมการจัดการขยะในงานสัมมนาให้กลายเป็นเรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพอย่างเป็นรูปธรรม
แนวคิดนวัตกรรมเปลี่ยนถังขยะที่ “รอคนมาทิ้ง” เป็น “เคลื่อนที่เข้าหาคน” จึงเกิดขึ้น นวัตกรรมนี้คิดสร้างสรรค์ขึ้นโดยฝ่ายอาคารสถานที่ของคณะวิทยาการสื่อสาร ได้แก่ นายอุสมาน ตาเละ นักวิชาการอุดมศึกษา และนายวีระพงษ์ เรืองสกุล พนักงานทั่วไป ที่ได้ร่วมกันออกแบบชุดคัดแยกขยะที่ตอบโจทย์ต่อพฤติกรรมผู้ใช้บริการภายในอาคารคณะวิทยาการสื่อสาร โดยเปลี่ยนจากการจัดการแบบตั้งรับใช้บริการเดินเข้ามาหาถังขยะ เปลี่ยนเป็นถังขยะเชิงรุก ที่เรียกว่า “ชุดคัดแยกขยะเคลื่อนที่ ” ซึ่งมีจุดเด่น ดังนี้



- ความยืดหยุ่นสูง: มีล้อเลื่อนขนาดใหญ่ แข็งแรง เคลื่อนย้ายไปยังหน้าห้องประชุมหรือโซนจัดเลี้ยงได้ทันที
- กะทัดรัดและคล่องตัว: ออกแบบให้มีขนาดเหมาะสม สามารถเข็นเข้าลิฟต์ได้ และใช้บุคลากรเพียง 1 คน ในการควบคุมดูแล
- สื่อสารชัดเจน: มีสัญลักษณ์คัดแยก 3 ประเภท (ขยะทั่วไป ขยะอินทรีย์ และขยะรีไซเคิล) พร้อมพื้นที่ติดข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นจิตสำนึก
จากการนำชุดคัดแยกขยะเคลื่อนที่มาให้บริการภายในคณะวิทยาการสื่อสาร และดำเนินงานตามวงจร PDCA พบความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนอย่างยิ่งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2566-2568) ดังนี้
| หัวข้อการวัดผล | ก่อนเริ่มโครงการ (2566) | หลังใช้นวัตกรรมเต็มรูปแบบ (2568) |
| 1. ปริมาณขยะเศษอาหารที่คัดแยกได้ | 10 กก. | 428.5 กก. (เพิ่มขึ้นกว่า 40 เท่า)*สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพการคัดแยกขยะที่สูงขึ้น และสามารถนำขยะไปใช้ประโยชน์ได้จริง |
| 2. อัตราการปนเปื้อนในถังขยะทั่วไป | สูงมาก (80%) | ต่ำมาก (เหลือเพียง 5%) |
| 3. จำนวนบุคลากรที่ต้องใช้จัดการ | ยังไม่มีระบบชัดเจน | ใช้เพียง 1 คน |
| 4. เวลาในการจัดเตรียมชุดขยะ | 15 นาที | ลดเหลือเพียง 2 นาที |




จากการใช้การประเมินแบบ PDCA พบว่า ก้าวต่อไปสู่ความยั่งยืนของชุดคัดแยกขยะเคลื่อนที่ คือ การพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ดังกล่าวให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่มพื้นที่แยกของเหลวและน้ำแข็งออกจากขยะแห้ง รวมถึงการเพิ่มช่องเก็บขยะเฉพาะประเภท เช่น แก้ว PET หรือฝาขวด และการใช้สื่อประชาสัมพันธ์ผ่าน QR Code เพื่อให้ข้อมูลการคัดแยกแก่ผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง
นวัตกรรมนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องฝังกลบและลดภาระงานของเจ้าหน้าที่ แต่ยังเป็นการสร้าง ภาพลักษณ์องค์กรสีเขียว ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมที่จะเป็นต้นแบบให้หน่วยงานอื่นนำไปปรับใช้เพื่อสร้างสังคมไร้ขยะ (Zero Waste) ต่อไป
เรียบเรียงโดย… พัชรกัญญ์ ยังปากน้ำ



