คณะวิทยาการสื่อสาร ม.อ.ปัตตานีเผยโพล Gen Z ชายแดนใต้ยังไม่ตัดสินใจเลือกใครนั่งเก้าอี้นายกฯ ถึง 54% แม้พรรคประชาชนจะเป็นพรรคที่ใช่มากที่สุดก็ตามห่วงความเดือนร้อนปากท้องพอ ๆ กับความปลอดภัยในพื้นที่

คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นทางการเมืองของผู้มีสิทธิเลือกตั้งกลุ่ม Generation Z ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสะท้อนมุมมองของคนรุ่นใหม่ต่อทิศทางการเมืองและการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้

การสำรวจดังกล่าวจัดทำขึ้นในรูปแบบออนไลน์ ระหว่างวันที่ 5 – 17 มกราคม 2569 โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ถึงระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 4 จำนวนทั้งสิ้น 463 คน ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากการจำแนกข้อมูลประชากรศาสตร์ของผู้ตอบแบบสอบถามมีสัดส่วนดังนี้

  1. ด้านพื้นที่ ส่วนใหญ่เป็นเยาวชนจากจังหวัดยะลา จำนวน 260 คน (ร้อยละ 56.16) รองลงมาคือจังหวัดปัตตานี จำนวน 134 คน (ร้อยละ 28.94) และจังหวัดนราธิวาส จำนวน 69 คน (ร้อยละ 14.9)
  2. ด้านศาสนา ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม จำนวน 428 คน (ร้อยละ 92.44) และศาสนาพุทธ จำนวน 35 คน (ร้อยละ 7.56)
  3. ด้านเพศ เป็นเพศหญิงมากที่สุด จำนวน 337 คน (ร้อยละ 72.79) รองลงมาคือเพศชาย จำนวน 122 คน (ร้อยละ 26.35) และกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) จำนวน 4 คน (ร้อยละ 0.86)

ผลการศึกษาพบประเด็นน่าสนใจ ดังต่อไปนี้

(1) Gen Z ชายแดนใต้เปิดรับและเชื่อถืออินฟลูฯ ในโซเชียล ขณะจำนวนมากไม่สนข่าวสารจากสื่อมวลชนดั้งเดิม

จากการสำรวจพฤติกรรมการเปิดรับสื่อ (Media Usage) ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือ Gen Z ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พบปรากฏการณ์ที่น่าสนใจในการติดตามข่าวสารการเมืองและการเลือกตั้ง โดยแนวโน้มชี้ให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่ให้ความเชื่อถือ “อินฟลูเอนเซอร์” ในโลกออนไลน์มากกว่าสื่อมวลชนดั้งเดิม และพบพฤติกรรมการบริโภคสื่อแบ่งออกเป็น 3 ช่องทางหลัก ดังนี้:

  1. Media usage: สื่อใหม่ (New Media) แพลตฟอร์มที่ครองใจ Gen Z ชายแดนใต้สูงสุดอันดับ 1 คือ TikTok (ร้อยละ 40.61) ตามมาติด ๆ ด้วย Facebook (ร้อยละ 38.58) ในขณะที่ Instagram (ร้อยละ 11.29) YouTube (ร้อยละ 4.95) และ X (Twitter) (ร้อยละ 4.19) มีสัดส่วนรองลงมาตามลำดับ สะท้อนให้เห็นว่า Gen Z นิยมคอนเทนต์วิดีโอสั้นและการสื่อสารที่รวดเร็วในการติดตามข้อมูลข่าวสารทางการเมืองและการเลือกตั้ง
  2. สื่อบุคคล (Personal Media) ผู้ที่มีอิทธิพลทางความคิดต่อ Gen Z มากที่สุดไม่ใช่ผู้นำชุมชนหรือหัวคะแนนอีกต่อไป แต่คือ “อินฟลูเอนเซอร์ในโซเชียลมีเดีย” ซึ่งมาเป็นอันดับ 1 (ร้อยละ 27.26) แซงหน้าบุคคลในครอบครัว (ร้อยละ 24.01) และเพื่อน (ร้อยละ 20.76) ในขณะที่ผู้นำชุมชน (ร้อยละ 13.28) และหัวคะแนน (ร้อยละ 8.05) มีบทบาทน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
  3. สื่อดั้งเดิม (Old Media) แม้ผลสำรวจจะพบว่าโทรทัศน์ ยังคงเป็นสื่อหลักที่ยังเปิดรับอยู่ (ร้อยละ 72.85) แต่สื่ออย่างวิทยุ (ร้อยละ 4.75) และหนังสือพิมพ์ (ร้อยละ 1.81) กลับได้รับความนิยมน้อยมาก ที่น่ากังวลคือ มีกลุ่ม Gen Z ถึงร้อยละ 20.59 ที่ระบุว่า “ไม่ติดตามข่าวสารจากสื่อดั้งเดิมเลย” ซึ่งสะท้อนถึงช่องว่างการสื่อสารที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

(2) Political view: Gen Z ชายแดนใต้เลือกพรรคประชาชนอันดับหนึ่ง แต่เกินครึ่งยังไม่ตัดสินใจเลือกใครเป็นนายกฯ และส่วนใหญ่เห็นว่าผู้สมัครในพื้นที่ยังไม่ใช่ตัวแทนคนรุ่นใหม่

ผลการสำรวจทิศทางการเมืองของกลุ่มคน Gen Z ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สำหรับการเลือกตั้งปี 2569 เผยให้เห็นนัยสำคัญทางการเมืองที่น่าจับตามองใน 3 ประเด็นหลัก ดังนี้

  1. พรรคการเมืองในดวงใจ พบว่า พรรคประชาชน ครองใจ Gen Z ชายแดนใต้เป็นอันดับ 1 ด้วยคะแนนนิยมสูงถึงร้อยละ 50.12 ตามมาด้วยพรรคในพื้นที่อย่างพรรคประชาชาติ ร้อยละ 16.78 ในขณะที่พรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยมีคะแนนไล่เลี่ยกันที่ร้อยละ 7.57 และ 7.33 ตามลำดับ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ รั้งท้ายในกลุ่ม 5 อันดับแรกที่ร้อยละ 4.26
  2. นายกรัฐมนตรีในดวงใจ พบว่า แม้ชื่อของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน จะมาเป็นอันดับ 1 (ร้อยละ 27.86) ทิ้งห่างแคนดิเดตอื่นอย่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล (ร้อยละ 9.29) และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (ร้อยละ 3.46) นายสุชัชวีย์ สุวรรณสวัสดิ์ พรรคไทยก้าวใหม่ ร้อยละ 1.73 นายยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ จากพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 0.86 แต่ตัวเลขที่น่าสนใจ คือ กลุ่มผู้ที่ “ยังไม่ตัดสินใจ” มีสูงที่สุดถึงร้อยละ 54.64 ซึ่งสะท้อนว่าคนรุ่นใหม่กว่าครึ่งยังรอดูท่าทีและนโยบายก่อนตัดสินใจขั้นสุดท้ายในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้
  3. ความเชื่อมั่นต่อผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ของตนเอง เมื่อถามถึงบทบาทของ ส.ส. ในฐานะที่เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่เสียงแตกออกเป็น 3 ทาง โดยกลุ่มใหญ่ที่สุดคือ “ไม่แน่ใจ” (ร้อยละ 45.36) ว่าผู้สมัครจะเป็นตัวแทนของพวกเขาได้จริงหรือไม่ ในขณะที่มีผู้เชื่อมั่นว่า “ใช่” เพียงร้อยละ 27.86 และมองว่า “ไม่ใช่” ร้อยละ 26.78 สะท้อนถึงช่องว่างความเชื่อมั่นระหว่างนักการเมืองกับคนรุ่นใหม่ที่ยังคงมีอยู่พอสมควร

(3) Gen Z’s Agenda: ปัญหาว่างงาน ยาเสพติด และความไม่สงบชายแดนใต้ คือ เรื่องหลักที่การเมืองต้องเร่งแก้ไข

จากการสอบถามถึงปัญหาเร่งด่วนที่ Gen Z ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องการฝากการบ้านให้นักการเมืองเร่งแก้ไข พบว่า เสียงสะท้อนแบ่งออกเป็น 2 มิติที่น่าสนใจ คือ

  1. มิติระดับชาติ พบว่า ปัญหาที่คน Gen Z อยากให้รัฐบาลใหม่เร่งแก้ปัญหามากที่สุดอันดับ 1 เป็น ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ร้อยละ 20.33) แต่สิ่งที่น่าจับตามองคือ ปัญหาค่าครองชีพแพง ตามมาเป็นอันดับ 2 (ร้อยละ 19.81) สะท้อนว่าความเดือดร้อนเรื่องปากท้องรุนแรงพอ ๆ กับความกังวลเรื่องปัญหาความปลอดภัยในพื้นที่ นอกจากนี้ Gen Z ยังให้ความสำคัญกับปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งเรื่องความเหลื่อมล้ำ/ทุนผูกขาด (ร้อยละ 11.73) การแก้รัฐธรรมนูญ (ร้อยละ 10.51) และความยุติธรรมสองมาตรฐาน (ร้อยละ 8.43)
  2. มิติระดับท้องถิ่น เมื่อเจาะลึกถึงปัญหาใกล้ตัวในระดับท้องถิ่น พบว่า ปัญหาการว่างงานพุ่งขึ้นมาเป็นอันดับ 1 (ร้อยละ 22.90) ตามด้วยปัญหาสังคมเรื้อรังอย่างยาเสพติดในชุมชน (ร้อยละ 16.25) ส่วนอันดับรองลงมาล้วนเป็นปัญหาปากท้องของครอบครัว ทั้งราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ (ร้อยละ 13.14) และเศรษฐกิจซบเซา (ร้อยละ 10.46) รวมถึงปัญหาคุณภาพการศึกษา (ร้อยละ 9.59)

หมายเหตุ ท่านสามารถคลิกลิงก์เพื่อผลดูผลโพลอย่างละเอียดบน Power BI

https://app.powerbi.com/groups/me/reports/f8c0e8fe-2f97-4055-ae8b-724852274d70/4871f9442e439ddaea98?ctid=8e634e67-9d66-46d2-a529-e1b708c5d8bc&experience=power-bi

Scroll to Top