คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นทางการเมืองของผู้มีสิทธิเลือกตั้งกลุ่ม Generation Z ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสะท้อนมุมมองของคนรุ่นใหม่ต่อทิศทางการเมืองและการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้
การสำรวจดังกล่าวจัดทำขึ้นในรูปแบบออนไลน์ ระหว่างวันที่ 5 – 17 มกราคม 2569 โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ถึงระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 4 จำนวนทั้งสิ้น 463 คน ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากการจำแนกข้อมูลประชากรศาสตร์ของผู้ตอบแบบสอบถามมีสัดส่วนดังนี้
- ด้านพื้นที่ ส่วนใหญ่เป็นเยาวชนจากจังหวัดยะลา จำนวน 260 คน (ร้อยละ 56.16) รองลงมาคือจังหวัดปัตตานี จำนวน 134 คน (ร้อยละ 28.94) และจังหวัดนราธิวาส จำนวน 69 คน (ร้อยละ 14.9)
- ด้านศาสนา ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม จำนวน 428 คน (ร้อยละ 92.44) และศาสนาพุทธ จำนวน 35 คน (ร้อยละ 7.56)
- ด้านเพศ เป็นเพศหญิงมากที่สุด จำนวน 337 คน (ร้อยละ 72.79) รองลงมาคือเพศชาย จำนวน 122 คน (ร้อยละ 26.35) และกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) จำนวน 4 คน (ร้อยละ 0.86)
ผลการศึกษาพบประเด็นน่าสนใจ ดังต่อไปนี้
(1) Gen Z ชายแดนใต้เปิดรับและเชื่อถืออินฟลูฯ ในโซเชียล ขณะจำนวนมากไม่สนข่าวสารจากสื่อมวลชนดั้งเดิม
จากการสำรวจพฤติกรรมการเปิดรับสื่อ (Media Usage) ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือ Gen Z ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พบปรากฏการณ์ที่น่าสนใจในการติดตามข่าวสารการเมืองและการเลือกตั้ง โดยแนวโน้มชี้ให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่ให้ความเชื่อถือ “อินฟลูเอนเซอร์” ในโลกออนไลน์มากกว่าสื่อมวลชนดั้งเดิม และพบพฤติกรรมการบริโภคสื่อแบ่งออกเป็น 3 ช่องทางหลัก ดังนี้:
- Media usage: สื่อใหม่ (New Media) แพลตฟอร์มที่ครองใจ Gen Z ชายแดนใต้สูงสุดอันดับ 1 คือ TikTok (ร้อยละ 40.61) ตามมาติด ๆ ด้วย Facebook (ร้อยละ 38.58) ในขณะที่ Instagram (ร้อยละ 11.29) YouTube (ร้อยละ 4.95) และ X (Twitter) (ร้อยละ 4.19) มีสัดส่วนรองลงมาตามลำดับ สะท้อนให้เห็นว่า Gen Z นิยมคอนเทนต์วิดีโอสั้นและการสื่อสารที่รวดเร็วในการติดตามข้อมูลข่าวสารทางการเมืองและการเลือกตั้ง
- สื่อบุคคล (Personal Media) ผู้ที่มีอิทธิพลทางความคิดต่อ Gen Z มากที่สุดไม่ใช่ผู้นำชุมชนหรือหัวคะแนนอีกต่อไป แต่คือ “อินฟลูเอนเซอร์ในโซเชียลมีเดีย” ซึ่งมาเป็นอันดับ 1 (ร้อยละ 27.26) แซงหน้าบุคคลในครอบครัว (ร้อยละ 24.01) และเพื่อน (ร้อยละ 20.76) ในขณะที่ผู้นำชุมชน (ร้อยละ 13.28) และหัวคะแนน (ร้อยละ 8.05) มีบทบาทน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
- สื่อดั้งเดิม (Old Media) แม้ผลสำรวจจะพบว่าโทรทัศน์ ยังคงเป็นสื่อหลักที่ยังเปิดรับอยู่ (ร้อยละ 72.85) แต่สื่ออย่างวิทยุ (ร้อยละ 4.75) และหนังสือพิมพ์ (ร้อยละ 1.81) กลับได้รับความนิยมน้อยมาก ที่น่ากังวลคือ มีกลุ่ม Gen Z ถึงร้อยละ 20.59 ที่ระบุว่า “ไม่ติดตามข่าวสารจากสื่อดั้งเดิมเลย” ซึ่งสะท้อนถึงช่องว่างการสื่อสารที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

(2) Political view: Gen Z ชายแดนใต้เลือกพรรคประชาชนอันดับหนึ่ง แต่เกินครึ่งยังไม่ตัดสินใจเลือกใครเป็นนายกฯ และส่วนใหญ่เห็นว่าผู้สมัครในพื้นที่ยังไม่ใช่ตัวแทนคนรุ่นใหม่
ผลการสำรวจทิศทางการเมืองของกลุ่มคน Gen Z ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สำหรับการเลือกตั้งปี 2569 เผยให้เห็นนัยสำคัญทางการเมืองที่น่าจับตามองใน 3 ประเด็นหลัก ดังนี้
- พรรคการเมืองในดวงใจ พบว่า พรรคประชาชน ครองใจ Gen Z ชายแดนใต้เป็นอันดับ 1 ด้วยคะแนนนิยมสูงถึงร้อยละ 50.12 ตามมาด้วยพรรคในพื้นที่อย่างพรรคประชาชาติ ร้อยละ 16.78 ในขณะที่พรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยมีคะแนนไล่เลี่ยกันที่ร้อยละ 7.57 และ 7.33 ตามลำดับ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ รั้งท้ายในกลุ่ม 5 อันดับแรกที่ร้อยละ 4.26
- นายกรัฐมนตรีในดวงใจ พบว่า แม้ชื่อของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน จะมาเป็นอันดับ 1 (ร้อยละ 27.86) ทิ้งห่างแคนดิเดตอื่นอย่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล (ร้อยละ 9.29) และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (ร้อยละ 3.46) นายสุชัชวีย์ สุวรรณสวัสดิ์ พรรคไทยก้าวใหม่ ร้อยละ 1.73 นายยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ จากพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 0.86 แต่ตัวเลขที่น่าสนใจ คือ กลุ่มผู้ที่ “ยังไม่ตัดสินใจ” มีสูงที่สุดถึงร้อยละ 54.64 ซึ่งสะท้อนว่าคนรุ่นใหม่กว่าครึ่งยังรอดูท่าทีและนโยบายก่อนตัดสินใจขั้นสุดท้ายในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้
- ความเชื่อมั่นต่อผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ของตนเอง เมื่อถามถึงบทบาทของ ส.ส. ในฐานะที่เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่เสียงแตกออกเป็น 3 ทาง โดยกลุ่มใหญ่ที่สุดคือ “ไม่แน่ใจ” (ร้อยละ 45.36) ว่าผู้สมัครจะเป็นตัวแทนของพวกเขาได้จริงหรือไม่ ในขณะที่มีผู้เชื่อมั่นว่า “ใช่” เพียงร้อยละ 27.86 และมองว่า “ไม่ใช่” ร้อยละ 26.78 สะท้อนถึงช่องว่างความเชื่อมั่นระหว่างนักการเมืองกับคนรุ่นใหม่ที่ยังคงมีอยู่พอสมควร

(3) Gen Z’s Agenda: ปัญหาว่างงาน ยาเสพติด และความไม่สงบชายแดนใต้ คือ เรื่องหลักที่การเมืองต้องเร่งแก้ไข
จากการสอบถามถึงปัญหาเร่งด่วนที่ Gen Z ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องการฝากการบ้านให้นักการเมืองเร่งแก้ไข พบว่า เสียงสะท้อนแบ่งออกเป็น 2 มิติที่น่าสนใจ คือ
- มิติระดับชาติ พบว่า ปัญหาที่คน Gen Z อยากให้รัฐบาลใหม่เร่งแก้ปัญหามากที่สุดอันดับ 1 เป็น ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ร้อยละ 20.33) แต่สิ่งที่น่าจับตามองคือ ปัญหาค่าครองชีพแพง ตามมาเป็นอันดับ 2 (ร้อยละ 19.81) สะท้อนว่าความเดือดร้อนเรื่องปากท้องรุนแรงพอ ๆ กับความกังวลเรื่องปัญหาความปลอดภัยในพื้นที่ นอกจากนี้ Gen Z ยังให้ความสำคัญกับปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งเรื่องความเหลื่อมล้ำ/ทุนผูกขาด (ร้อยละ 11.73) การแก้รัฐธรรมนูญ (ร้อยละ 10.51) และความยุติธรรมสองมาตรฐาน (ร้อยละ 8.43)
- มิติระดับท้องถิ่น เมื่อเจาะลึกถึงปัญหาใกล้ตัวในระดับท้องถิ่น พบว่า ปัญหาการว่างงานพุ่งขึ้นมาเป็นอันดับ 1 (ร้อยละ 22.90) ตามด้วยปัญหาสังคมเรื้อรังอย่างยาเสพติดในชุมชน (ร้อยละ 16.25) ส่วนอันดับรองลงมาล้วนเป็นปัญหาปากท้องของครอบครัว ทั้งราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ (ร้อยละ 13.14) และเศรษฐกิจซบเซา (ร้อยละ 10.46) รวมถึงปัญหาคุณภาพการศึกษา (ร้อยละ 9.59)

หมายเหตุ ท่านสามารถคลิกลิงก์เพื่อผลดูผลโพลอย่างละเอียดบน Power BI



