คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จัดกิจกรรมเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลแก่นักศึกษาชั้นปีที่ 1 กว่า 600 คน มุ่งพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นพลเมืองตื่นรู้ในยุคใหม่ โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และผู้เชี่ยวชาญจากชัวร์ก่อนแชร์
กิจกรรมในครั้งนี้เป็นการบูรณาการองค์ความรู้ด้านการรู้เท่าทันสื่อและดิจิทัลเข้ากับรายวิชาศึกษาทั่วไป หมวดดิจิทัลของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี คือ รายวิชา 870-101G4 การสื่อสารเพื่อความเป็นพลเมืองตื่นรู้ในยุคดิจิทัล (Active Citizen Communication in Digital Age) จำนวนผู้เรียนทั้งสิ้น 648 คน เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจและสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ โดยคณะฯ ได้รับความอนุเคราะห์จากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ในการสนับสนุนคุณพีรพล อนุตรโสตถิ์ ผู้ผลิตรายการและผู้ริเริ่มศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย อสมท. พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญมาเป็นวิทยากร





การอบรมแบ่งออกเป็น 2 ช่วง จำนวน 4 หลักสูตร ได้แก่ ครั้งที่ 1 หลักสูตร Digital Use และ หลักสูตร Digital Communication เป็นหลักสูตรเน้นทักษะการใช้ประโยชน์จากเครื่องมือดิจิทัลและการสื่อสารออนไลน์ และครั้งที่ 2 หลักสูตร Digital Security และ หลักสูตร Digital Literacy ที่มุ่งเน้นการสร้างเกราะป้องกันความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ การรู้เท่าทันข้อมูลข่าวสาร และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2
ผู้ผลิตรายการและผู้ริเริ่มศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย อสมท กล่าวบรรยายตอนหนึ่งถึงการรู้เท่าทันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ (AI) ว่า ผู้ใช้งานต้องปฏิบัติต่อเอไอเสมือนคนแปลกหน้า โดยจะต้องไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และมีวิจารณญาณในการเปิดรับข้อมูลข่าวสารจากคำตอบของเอไอ นอกจากนี้ ต้องรู้จักการตั้งค่าระบบเพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทผู้พัฒนาแพลตฟอร์มนำภาพหรือข้อมูลส่วนตัวของเราไปเทรน (Train) เอไอ
อย่างไรก็ตาม เราสามารถดึงศักยภาพของเอไอมาประยุกต์ใช้เป็น ‘ยามส่วนตัว’ ได้เช่นกัน เช่น การนำภาพหรือข้อความจากอีเมลที่ต้องสงสัยว่าอาจเป็นการหลอกลวง มาให้เอไอช่วยค้นหาและตรวจสอบข้อมูลว่าเป็นสแปม (Spam) หรือมิจฉาชีพหรือไม่ เป็นต้น
“สิ่งหนึ่งที่อยากให้ช่วยกันคิดก็คือ ผลกระทบจากกรอบความคิด (Framing Effect) ซึ่งก็คือการมองภาพความจริงผ่านกรอบที่ผู้อื่นหยิบยื่นมาให้ การรู้เท่าทันดิจิทัลจึงไม่ใช่เพียงแค่การวัดว่าเราใช้เครื่องมือเป็นมากแค่ไหน แต่มันอยู่ที่ว่าเรามีวิจารณญาณมากขึ้นแค่ไหนต่างหาก เราต้องมีความรับผิดชอบ ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น และต้องสามารถสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมได้ด้วย” ผู้ผลิตรายการศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์กล่าว
ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภีรกาญจน์ ไค่นุ่นนา คณบดีคณะวิทยาการสื่อสาร ในฐานะหนึ่งในผู้จัดการเรียนการสอนรายวิชา 870-101G4 การสื่อสารเพื่อความเป็นพลเมืองตื่นรู้ในยุคดิจิทัล กล่าวเสริมว่า คณะวิทยาการสื่อสารได้รับความอนุเคราะห์จาก ETDA อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่งหลักสูตรที่นำมาอบรมในครั้งนี้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของรายวิชาเป็นอย่างยิ่ง โดยมุ่งหวังให้ผู้เรียนมีความรู้เท่าทันสื่อ ข้อมูลข่าวสาร และดิจิทัล เพื่อหล่อหลอมให้เป็นพลเมืองดิจิทัลที่สามารถใช้เครื่องมือออนไลน์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม “สำหรับการจัดการเรียนการสอนในรายวิชานี้ มีการผสมผสานทั้งการบรรยายโดยคณาจารย์ผู้สอน การบรรยายพิเศษจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญภายนอก และการฝึกปฏิบัติในกิจกรรมสำคัญที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการคิดวิเคราะห์ ทั้งจากการชมและวิพากษ์สื่อ ตลอดจนการตรวจสอบข้อมูลเท็จ แม้นักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนจะมีจำนวนมาก ซึ่งนับเป็นความท้าทายในการจัดกิจกรรมที่ต้องการการมีส่วนร่วม แต่ทีมผู้สอนได้ออกแบบกระบวนการเรียนรู้และนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้ และมีผู้ช่วยสอนคอยให้คำแนะนำและกระตุ้นการเรียนรู้ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาสามารถมีส่วนร่วม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และได้ฝึกปฏิบัติจริง”ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภีรกาญจน์กล่าว






