คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผ่านการรับรองสำนักงานสีเขียวประจำปี 2568 Green Office Platinum

คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผ่านการรับรองสำนักงานสีเขียวประจำปี 2568 Green Office Platinum

ตามที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้แจ้งรายชื่อหน่วยงานที่ผ่านการรับรองสำนักงานสีเขียว (Green Office) ปี 2568 จำนวน 123 แห่ง คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ได้รับการับการรอง สำนักงานสีเขียว ระดับ Green Office Platinum ประจำปี 2568 โดยเป็นหนึ่งสามหน่วยงานที่ได้รับการรับรองในระดับ Platinum ประกอบด้วย คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)

สำหรับคณะวิทยาการสื่อสารนั้นดำเนินการขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวทางสำนักงานสีเขียวมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 เพื่อยกระดับกระบวนการทำงาน การบริหารจัดการทรัพยากร การใช้พลังงาน การจัดการของเสีย ตลอดจนการปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่บุคลากรและนักศึกษา ให้เป็นไปตามมาตรฐานสำนักงานสีเขียวที่มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งในปี พ.ศ. 2563 ได้รับรางวัลสำนักงานสีเขียวระดับดี (ทองแดง) และในปี 2566 ได้รับรางวัลสำนักงานสีเขียวระดับดีเยี่ยม (ทอง) ก่อนจะได้รับการรับรองสำนักงานสีเขียวระดับ Platinum ในปี 2568 นี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ณ ปัจจุบันของมาตรฐานสำนักงานสีเขียว

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภีรกาญจน์ ไค่นุ่นนา คณบดีคณะวิทยาการสื่อสาร กล่าวว่า เป็นความยินดีอย่างยิ่งที่คณะวิทยาการสื่อสารได้รับรองการรับรองมาตราฐานสำนักงานสีเขียว ระดับ Green Office Platinum ประจำปี 2568 ซึ่งเป็นหน่วยกลุ่มแรกของการรับรองในระดับ Green Office Platinum ของประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานสำนักงานสีเขียวของคณะมีความต่อเนื่องในเชิงนโยบายที่ได้ริเริ่มมาตั้งแต่ผู้บริหารชุดที่ผ่านมา ตั้งแต่การริเริ่มกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมมาตั้งแต่อดีต จนกระทั่งมีการนำแนวทางของสำนักงานสีเขียวมาใช้ดำเนินการเมื่อปี 2562 เป็นต้นมา จนกระทั่งได้รับการรับรองในระดับสูงสุด ณ เวลานี้ของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม หลังจากที่ได้เข้ารับการประเมินมาตรฐานสำนักงานสีเขียวเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา

หลังจากเราเข้ารับการประเมินเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ผมก็ได้เชิญฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาสรุปบทเรียนเพื่อการขับเคลื่อนสำนักงานสีเขียวต่อจากนี้ ก็ได้ข้อสรุปหลายประการ เช่น การสร้างการมีส่วนร่วมให้แก่นักศึกษาของคณะและบุคลากรให้ครอบคลุมมากขึ้น การส่งเสริมการสื่อสารเพื่อสร้างบรรยากาศภายในคณะ การบูรณาการกับการเรียนการสอนและการพัฒนานักศึกษา การถอดบทเรียน การสร้างนวัตกรรม และเป็นพี่เลี้ยงให้แก่หน่วยงานในพื้นที่ที่สนใจยกระดับการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานของสำนักงานสีเขียว”คณบดีคณะวิทยาการสื่อสารกล่าว

ด้าน ดร.สัมพันธ์ คงมาก อาจารย์ประจำสาขาวิชาคอมพิวเตอร์และวิทยาการสารสนเทศเพื่อการจัดการ และที่ปรึกษาคณะกรรมการดำเนินงานสำนักงานสีเขียว ในฐานะผู้ริเริ่มผลักดันให้คณะวิทยาการสื่อสารก้าวสู่การยกระดับสำนักงานสีเขียว ได้กล่าวถึงพัฒนาการของการดำเนินงานของคณะฯ ว่า คณะวิทยาการสื่อสารเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสำนักงานสีเขียวอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด สำหรับรางวัลที่ได้รับในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจตลอดระยะเวลากว่า 6 ปีที่ผ่านมา โดยการได้รับการรับรองในระดับแพลตินั่ม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของมาตรฐานสำนักงานสีเขียว ถือเป็นผลลัพธ์ของการทำงานอย่างจริงจังและเป็นระบบ ทั้งนี้ ความท้าทายในก้าวต่อไปคือการต่อยอดการดำเนินงานสู่การจัดทำ Carbon Footprint for Organization (CFO) ซึ่งการขับเคลื่อนดังกล่าวส่งผลเชิงบวกกับหน่วยงานในหลายด้าน ทั้งด้านการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้เกิดขึ้น ด้านการจัดการทรัพยากร และการลดใช้พลังงาน

“ผมมองว่าการขับเคลื่อนสำนักงานสีเขียวต้องเริ่มจากความสมัครใจเป็นหลัก ถึงจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ความสำเร็จที่เกิดขึ้นสำหรับผมไม่ใช่แค่รางวัลที่เราได้รับ แต่คือการได้เห็นพฤติกรรมของคนในองค์กรค่อย ๆ เปลี่ยนไป ใช้แก้วน้ำส่วนตัวแทนขวดพลาสติก ปิดไฟทุกครั้งหลังใช้งาน และลดการใช้พลาสติกในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ สำหรับก้าวต่อไป ผมคิดว่าคณะฯ ควรมีโครงการด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจนมากขึ้น พร้อมทั้งนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่เรามีไปสื่อสารและขยายผลสู่หน่วยงานภายนอกมหาวิทยาลัยให้มากยิ่งขึ้นครับ”

นายอุสมาน ตาเละ เจ้าหน้าที่งานอาคารสถานที่ ในฐานะผู้ขับเคลื่อนหลัก ได้สะท้อนมุมมองถึงการดำเนินงานขับเคลื่อนสำนักงานสีเขียวในระยะเริ่มต้นว่า เดิมทีเข้าใจว่าแนวคิด Green Office เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงานอาคารสถานที่เป็นหลัก แต่เมื่อได้เริ่มดำเนินงานอย่างจริงจังตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 จึงเห็นว่าสำนักงานสีเขียวเป็นภารกิจที่เชื่อมโยงกับทุกส่วนงานในองค์กร และต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกคน ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การขับเคลื่อนสามารถดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง คือการเริ่มต้นจากเรื่องเล็ก ๆ ค่อยเป็นค่อยไป ปรับเปลี่ยนจากเรื่องเล็ก เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการทำงานและวิถีของบุคลากรมากเกินไป จนแนวคิดและการปฏิบัติด้านสำนักงานสีเขียวค่อย ๆ เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร

“สายสนับสนุนถือเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยผลักดันให้คณะฯ ก้าวมาถึงระดับแพลตินั่มได้ครับ เพราะทุกคนทำงานอยู่ในพื้นที่จริง และต่างมีความถนัด ความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน เมื่อได้ร่วมมือกันจึงทำให้ทุกอย่างสำเร็จได้ครับ แต่ความยั่งยืนของการดำเนินงานต้องอาศัยพลังจากทุกส่วน ทั้งคณาจารย์และนักศึกษาร่วมกันขับเคลื่อน สำหรับรางวัลในครั้งนี้ ผมรู้สึกดีใจและภาคภูมิใจมาก เพราะไม่คิดว่าคณะฯ เล็ก ๆ ที่เริ่มต้นจากศูนย์จะสามารถก้าวมาถึงระดับนี้ได้ และผมเชื่อว่าแนวทางการทำงานของเราอาจเป็นแรงบันดาลใจให้กับหน่วยงานอื่น ๆ ได้เช่นกัน เพราะเราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดขององค์กร แต่เกิดจากความร่วมมือและการลงมือทำสิ่งเล็ก ๆ อย่างต่อเนื่องจนเกิดผลเป็นรูปธรรมครับ” นายอุสมานกล่าว

ทั้งนี้ตามข้อมูลของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า สำนักงานสีเขียว (Green Office) หมายถึง สำนักงานที่กิจกรรมต่าง ๆ ภายในสำนักงานมีการบริหารจัดการที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด โดยการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างรู้คุณค่า มีแนวทางในการจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องใช้สำนักงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาในปริมาณต่ำ รวมถึงมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการมีส่วนร่วมของพนักงาน

สำหรับเกณฑ์การประเมินสำนักงานสีเขียว ของหน่วยงานที่ขอต่ออายุการรับรอง แบ่งออกเป็น 7 หมวด จำนวน 24 ประเด็น 65 ตัวชี้วัดได้แก่ หมวด 1 การกำหนดนโยบาย การวางแผนการดำเนินงานและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง หมวด 2 การสื่อสารและสร้างจิตสำนึก หมวด 3 การใช้ทรัพยากรและพลังงาน หมวด 4 การจัดการของเสีย หมวด 5 สภาพแวดล้อมและความปลอดภัย หมวด 6 การจัดซื้อและจัดจ้าง และหมวดที่ 7 การดำเนินงานสำนักงานสีเขียวเพื่อความต่อเนื่อง

Scroll to Top