
เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จัดบรรยายพิเศษหัวข้อ “สิทธิผู้บริโภคในยุคดิจิทัล” ให้แก่นักศึกษากว่า 600 คน ในรายวิชา 870-101G4 การสื่อสารในยุคดิจิทัลอย่างพลเมืองตื่นรู้ (Active Citizen Communication in Digital Age) ซึ่งเป็นหมวดวิชาศึกษาทั่วไป (General Education: GE) หมวดที่ 4 การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ณ ห้องประชุม 900 คณะวิทยาการสื่อสาร โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวศทิชา รัตนเดช หัวหน้าหน่วยงานประจำจังหวัดปัตตานี สภาองค์กรของผู้บริโภค พร้อมคณะ เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้
การบรรยายในครั้งนี้มุ่งเน้นการทำความเข้าใจบทบาทของสภาองค์กรของผู้บริโภค การรู้เท่าทันปัญหาการละเมิดสิทธิในยุคดิจิทัล กลโกงการซื้อขายสินค้าและบริการออนไลน์ ตลอดจนแนวทางการเก็บรวบรวมหลักฐานและขั้นตอนการร้องเรียนเมื่อถูกเอาเปรียบ
นางสาวศทิชา กล่าวตอนหนึ่งว่า สภาองค์กรของผู้บริโภคเกิดขึ้นจากการรวมตัวตามมาตรา 46 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติการจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค พ.ศ. 2562 โดยมีสถานะเป็นนิติบุคคลที่เป็นตัวแทนผู้บริโภคอย่างเป็นอิสระ เพื่อทำหน้าที่คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในทุกมิติ ซึ่งในพื้นที่ได้มี “หน่วยงานประจำจังหวัดปัตตานี” คอยขับเคลื่อนภารกิจดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

หัวหน้าหน่วยงานประจำจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า สิทธิผู้บริโภคไทยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2541 แบ่งออกเป็น 5 ประการ ได้แก่ (1) สิทธิที่จะได้รับข่าวสารที่ถูกต้อง พอเพียง และน่าเชื่อถือ ไม่โอ้อวดเกินจริง เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพแต่บรรยายสรรพคุณว่าสามารถรักษาโรคได้ เป็นต้น (2) สิทธิที่จะมีอิสระในการเลือก ผู้บริโภคต้องมีอิสระ และไม่ถูกชักจูงอย่างไม่เป็นธรรม หรือหลอกลวงให้ซื้อสินค้าและบริการ (3) สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากใช้สินค้าหรือบริการ (4) สิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรมในสัญญาต่าง ๆ เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคโดนเอารัดเอาเปรียบ อย่างเช่นการทำสัญญาหอพักของนักศึกษาที่ทุกคนจะต้องอ่านให้ดี โดยผู้เช่าจะต้องรู้สิทธิของคนเอง ทั้งเรื่องการจ่ายค่ามัดจำ ค่าน้ำค่าไฟ การออกก่อนสัญญา และระยะเวลาบอกเลิกการเช่า เป็นต้น และ (5) สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย หากใช้สินค้าและบริการแล้วได้รับการชดใช้ค่าเสียหาย
“สำหรับการซื้อสินค้าและบริการบนสื่อสังคมอย่างเฟซบุ๊ก หรือไอจี ถือเป็นช่องทางที่มีความเสี่ยงโดนหลอกลวงมากที่สุด เพราะใครก็ได้สามารถสร้างแพลตฟอร์มเหล่านี้ขึ้นมาหลอกลวงผู้บริโภคได้ นักศึกษาควรซื้อสินค้าทางแพลตฟอร์มการซื้อขายโดยตรง ก่อนโอนเงินก็ต้องดูด้วยว่าเป็นชื่อบุคคลทั่วไปหรือชื่อบริษัท หากเป็นชื่อบุคคลทั่วไปก็อาจจะเสี่ยงที่จะเป็นบัญชีม้า โดนหลอกซื้อสินค้า หากเจอปัญหาดังกล่าวนักศึกษาจะต้องแคป (บันทึกภาพหน้าตอ) หลักฐานต่าง ๆ ไว้ที่คุยกับผู้ขายหรือมิจฉาชีพไว้ทั้งหมด เพื่อนำมาแจ้งความหรือร้องเรียนที่หน่วยงานประจำจังหวัดปัตตานี หรือสายด่วนสภาองค์กรของผู้บริโภค 1502” หัวหน้าหน่วยงานประจำจังหวัดปัตตานีกล่าว









