
คณะวิทยาการสื่อสาร จัดโครงการ “เสริมสร้างองค์ความรู้ พัฒนาศักยภาพองค์กร และส่งเสริมการมีส่วนร่วมเพื่อสังคม” ระหว่างวันที่ 7–9 เมษายน 2568 โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวคิดการขับเคลื่อนชุมชนเพื่อสร้างสังคมสุขภาวะอย่างยั่งยืน ซึ่งกิจกรรมในวันแรกจัดขึ้น ณ ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายสินธุ์แพรทอง ตำบลลำสินธุ์ อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง โดยมี นายอุทัย บุญดำ ประธานศูนย์ฯ ร่วมให้ข้อมูลและถ่ายทอดประสบการณ์เกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการชุมชน ผ่านโมเดล “5 ห้องเรียนแห่งความสุข” และแนวคิด “Happy Community” ซึ่งเป็นต้นแบบการพัฒนาองค์ความรู้ชุมชนด้วยพลังจากภายใน เสริมสร้างความร่วมมือ และการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน และในวันที่สองของการสัมมนา ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เข้าร่วมเวิร์กชอป “Creative Move มองแผนบริการวิชาการและพันธกิจสังคมแบบเห็นอนาคต” เพื่อระดมความคิดเห็น แลกเปลี่ยนมุมมอง และวางแผนการดำเนินงานทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ร่วมกันผลักดันพันธกิจด้านบริการวิชาการให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ดำเนินกิจกรรมโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อาทิตยา สมโลก ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายพันธกิจสังคม ซึ่งโครงการนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของคณะวิทยาการสื่อสารในการขับเคลื่อนพันธกิจเพื่อสังคมอย่างมีพลัง สร้างแรงบันดาลใจ และต่อยอดแนวทางการทำงานให้เกิดขึ้นจริง

ด้านนายอุทัย บุญดำ ประธานศูนย์เรียนรู้เครือข่ายสินธุ์แพรทอง เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินงานของศูนย์ฯ ว่า ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 เป็นหลักในการพัฒนาชุมชน โดยเริ่มต้นจากการดูแลคุณภาพชีวิตพื้นฐานของชาวบ้านให้มีความมั่นคงด้านเศรษฐกิจและปากท้อง ผ่านการทำงานเป็นลำดับขั้นตอนที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ ใช้พลังของเครือข่ายชุมชนเป็นกลไกหลัก เริ่มจากการปลูกกล้วยเพื่อนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้ ก่อนขยายผลสู่การปลูกใบเหลียงให้เป็นพืชเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น โดยได้รับการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในด้านงบประมาณและโอกาสในการพัฒนา ส่งผลให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน จนกลายเป็นต้นแบบของการพัฒนาชุมชนในปัจจุบัน
“แม้ช่วงเริ่มต้นจะต้องเหนื่อยและใช้พลังอย่างมาก แต่สิ่งที่หล่อเลี้ยงการทำงานคือเป้าหมายร่วมของคนในชุมชนที่ต้องการมีชีวิตที่ดีขึ้น ยึดแนวทางพัฒนาชุมชนที่ไม่ได้เปลี่ยนวิถีชีวิตดั้งเดิม แต่เป็นการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่นและสามารถต่อยอดจนสร้างรายได้จริง พร้อมปลูกฝังให้คนในพื้นที่รักและหวงแหนทรัพยากรของตนเอง นำไปสู่ความร่วมมืออย่างสมัครใจ และกลายเป็นต้นแบบการบริหารจัดการชุมชนที่ยั่งยืนและน่าภาคภูมิใจในที่สุด” นายอุทัย กล่าว

จากการลงพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวันแรก คณะวิทยาการสื่อสารได้นำข้อมูลมาตกผลึกเป็นประเด็นสำคัญ เพื่อนำไปสู่การบริหารจัดการกิจกรรมและการขับเคลื่อนพันธกิจสังคมของคณะฯ อย่างเป็นระบบ โดยในวันที่สอง ด้านสำนักงานบริหารคณะวิทยาการสื่อสาร ได้จัดกิจกรรมเวิร์กชอป “Creative Move: มองแผนบริการวิชาการและพันธกิจสังคมแบบเห็นอนาคต” เพื่อระดมความคิดเห็นและออกแบบทิศทางการดำเนินงานในอนาคต กิจกรรมดังกล่าวดำเนินโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อาทิตยา สมโลก ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายพันธกิจสังคม ซึ่งทำหน้าที่เป็นวิทยากรกระบวนการ นำทีมร่วมทำ SWOT Analysis เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ พร้อมนำเสนอแนวคิด “Move Now Move Next” ที่เชื่อมโยงการทำงานระยะสั้นและระยะยาว พร้อมเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ร่วมแสดง Commitment ในการขับเคลื่อนพันธกิจสังคมของคณะในภาพรวมอย่างเป็นรูปธรรม

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อาทิตยา สมโลก ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายพันธกิจสังคม เปิดเผยว่า งานด้านพันธกิจสังคมถือเป็นภารกิจสำคัญที่คณะวิทยาการสื่อสารต้องร่วมผลักดันภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยและคณะฯ โดยเล็งเห็นว่าบุคลากรสายอำนวยการฯ เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนงานให้บรรลุเป้าหมาย จึงจัดกิจกรรมปฏิบัติการ “Creative Move มองแผนบริการวิชาการและพันธกิจสังคมแบบเห็นอนาคต” ขึ้น เพื่อเปิดพื้นที่ให้บุคลากรได้มีส่วนร่วมในการวางแผนและดำเนินการให้เกิดนขึ้นในอนาคต
“คณะวิทยาการสื่อสารในฐานะหน่วยงานที่มีองค์ความรู้ด้านการสื่อสาร โดยเฉพาะการสื่อสารเชิงพื้นที่ มีบทบาทสำคัญในการนำองค์ความรู้ไปใช้เพื่อประโยชน์ต่อสังคม การจัดกิจกรรมในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการวางยุทธศาสตร์ร่วมกันด้านพันธกิจสังคม พร้อมกำหนดแผนปฏิบัติการทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยทุกภาคส่วนได้ร่วมกันเสนอแนวทางอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนงานที่เป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับศักยภาพของคณะในอนาคต” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อาทิตยา กล่าว



